Ford Ranger Raptor X ปรับโฉมเพิ่มความดุดันสไตล์สปอร์ต ยกระดับนิยามกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว Ford Ranger Raptor X กระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ดุดัน สไตล์สปอร์ต สะกดทุกสายตายิ่งกว่าเดิม

“Ford Ranger Raptor เป็นมากกว่ารถกระบะ ด้วยความแตกต่างอย่างโดดเด่น ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจและสมรรถนะที่สามารถลุยได้ทุกเส้นทาง ทั้งการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “Ford Ranger Raptor X ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ดุดันมากขึ้นทั้งภายในและภายนอก โดยยังคงเอกลักษณ์ทางดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ไว้อย่างครบถ้วนทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่ที่ไม่มีใครเหมือน”

ดีไซน์ดุดันสไตล์สปอร์ต

Ford Ranger Raptor X มาพร้อบการปรับโฉมใหม่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสติกเกอร์กราฟฟิกสไตล์ ‘Over the Top’ รอบคัน ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า หลังคา ไปจนถึงฝาท้ายกระบะ และด้านข้างรอบตัวรถ เพิ่มความดุดันสไตล์สปอร์ตด้วยชุดแต่งสีดำ ตั้งแต่กระจังหน้า กันชนหน้า มือจับประตูภายนอก ฝาครอบกระจกมองข้าง กันชนหลัง มือจับฝาท้าย คิ้วล้อ และฝาครอบล้อ ยกระดับความเท่ด้วยล้ออัลลอยวัสดุสีดำ แอสฟอล์ต แบล็ก (Ashphalt Black) โรลบาร์แบบยาวตลอดท้ายกระบะ ชุดหูลากหน้ารถสีแดงสไตล์สปอร์ต และโลโก้ฟอร์ดสีดำบนฝากระบะท้าย สะกดทุกสายตา

การตกแต่งภายใน Ford Ranger Raptor X ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยและแผงคอนโซลเดินตะเข็บด้ายสีแดงแทนการเดินตะเข็บด้ายสีน้ำเงิน ผสานกับการตกแต่งแผงคอนโซลและแผงประตูด้วยลายไฮโดรกราฟิก (Hydrographic) และการใช้วัสดุสีดำ แบล็ก แอลลีย์ (Black Alley) อย่างลงตัว

สุดยอดกระบะสมรรถนะสูง

Ford Ranger Raptor X ยังสานต่อตำแหน่งสุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง โดยใช้ระบบส่งกำลังเดียวกันกับ Ford Ranger Raptor รวมถึงโหมดการขับขี่ ระบบกันสะเทือน ระบบเบรก และล้อที่ออกแบบโดยเฉพาะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มอบพละกำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์เทอร์โบคู่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อพิชิตทุกเส้นทางสุดท้าทาย ผ่านการทดสอบสุดหฤโหด ซึ่งรวมถึงการทดสอบการต้านทานความร้อน ด้วยการทำให้เทอร์โบทั้ง 2 ลูกร้อนจัด จนกลายเป็นสีแดงนาน 200 ชั่วโมงติดต่อกัน ขณะที่ตัวเครื่องยนต์เทอร์โบผลิตจากอัลลอยคุณภาพสูง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถทนความร้อนได้สูงสุดถึง 860 องศาเซลเซียส

Ford Ranger Raptor X เหนือชั้นด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) ที่มีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย รวมถึงโหมดบาฮา (Baja) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ford Ranger Raptor ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮาอันเลื่องชื่อ บาฮา เดสเสิร์ท แรลลี่ ประเทศเม็กซิโก

Ranger Raptor X ยังมาพร้อมโช้คอัพแบบ Position Sensitive Damping (PSD) ที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย FOX และระบบกันสะเทือนหลังวัตต์ลิงค์ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่พิชิตเส้นทางหฤโหดด้วยความเร็วสูง ในขณะที่ยังสามารถควบคุมรถและคงความสะดวกสบาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อันเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรด ส่วนยาง BFGoodrich All-Terrain KO2 ขนาด 285/70 R17 ใน Ranger Raptor X ยิ่งช่วยให้คนรักการผจญภัยลุยได้ทุกเส้นทางด้วยความมั่นใจ แม้บนสภาพพื้นผิวที่เปียกลื่น โคลน ทราย หรือหิมะ

Ford Ranger Raptor X อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่เหนือชั้น เช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) เป็นต้น

“Ford Ranger Raptor X อัดแน่นด้วยสมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับขี่เหนือชั้น และยังมาพร้อมสไตล์อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเราเชื่อว่าจะโดนใจแฟนรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงเป็นอย่างดี ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะมอบตัวเลือกที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างไม่มีใครเหมือน ช่วยให้ลูกค้ารถกระบะของเราพิชิตเป้าหมาย และออกไปใช้ชีวิตให้สนุกและมีความสุขได้ในแบบของตัวเอง ตามนิยามการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ‘Live The Ranger Life'” นายวิชิต กล่าวเสริม

Ford Ranger Raptor X มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอกสุดโฉบเฉี่ยว 4 สี ได้แก่ สีขาวอาร์กติก ไวท์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ค, สีน้ำเงิน เพอร์ฟอร์แมนซ์ บลู และสีเทา คองเคอร์ เกรย์

Ford Ranger Raptor X พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยราคาสุดเร้าใจ 1,729,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *